• สยจ.พิษณุโลก ร่วมประชุมกับผู้นำท้องถิ่นและคณะกรรมการ ศยช.เทศบาล.ตำบลเนินกุ่ม

  • เมื่อวันที่  1  เมษายน  2557  เวลาประมาณ 10.00 น. นายธวัช  พันมา หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมระบบงานยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพิษณุโลก  ได้เข้าร่วมประชุมกับผู้นำท้องถิ่นและคณะกรรมการ ศยช.เทศบาลตำบลเนินกุ่ม ซึ่งได้ประชุม นัดหมาย วัน เวลา สถานที่ การจัด”โครงการอบรมให้ความรู้กับเครือข่ายยุติธรรมชุมชนเทศบาล ต.เนินกุ่ม อ.บางกระทุ่ม” พร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544      
  • สยจ.พิษณุโลก ร่วมพิธีวางพานพุ่ม วันจักรี

  • เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2557  นางศิริพร น้อยพินิจ ยุติธรรมจังหวัดพิษณุโลก  นายธวัช พันมา หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมระบบงานยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพิษณุโลก วางพานพุ่มถวายราชสัการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันจักรี โดยนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดพิธี ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช        
  • สยจ.พิษณุโลก จัดโครงการอบรมเครือข่ายยุติธรรมชุมชน และแต่งตั้งคณะกรรมการศยช.ตำบลนำร่อง ต.ป่าแดง

  • เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2557  นายธวัช พันมา หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมระบบงานยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพิษณุโลก ได้จัดโครงการอบรมเครือข่ายยุติธรรมชุมชน และแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลนำร่อง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลป่าแดง ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ  ในการอบรมดังกล่าว ได้ชี้แจงให้ผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น เข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนยุติธรรมชุมชน การมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมชุมชน และการส่งเสริมสนับสนุนบทบาทของผู้นำท้องที่ และผู้นำท้องถิ่น ให้ใช้กระบวนการยุติธรรมทางสังคม ในการจัดการปัญหาข้อพิพาทในชุมชน นอก จากนั้น ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับกองทุนยุติธรรม และพรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 รวมทั้งความผิดทางแพ่ง และความผิดอาญาซึ่งสามารถยอมความได้ตามกฎหมาย  
  • ปรึกษากฎหมายเรื่องจำนองที่ดิน

  • เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 นายจงกล  คชนิล  อายุ 71 ปี อาศัยอยู่ที่หมู่ 4 ต.วังโมกข์ อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ได้มาปรึกษาในเรื่องที่น้องชายของตนนำที่ดินไปจำนองกับทางธนาคาร เมื่อปี 2540 แต่น้องชายไม่เคยชำระเลย ผู้ร้องจึงต้องการชำระแทนและโอนโฉนดเป็นชื่อของตน ว่ายังสามารถทำได้อยู่หรือไม่      
  • มุมมองเชิงพุทธยุติธรรมแท้-เทียม

  • เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมารับนิมนต์จาก ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (NIDA) ไปปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ความยุติธรรมในมุมมองของพุทธศาสตร์” การจัดงานวันนี้เป็นการจัดงานเนื่องในวันเกิดครบ ๒ ขวบคณะนิติศาสตร์ โดยมี ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส พร้อมด้วยคณาจารย์ และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาร่วมฟังกว่า ๑๐๐ ท่าน เพื่อให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเชิงวิชาการต่อไป จึงถือโอกาสนี้สรุป และนำเสนอเป็นบทความสั้น ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ บทนำ
  • ศาลปกครอง : ความเป็นอิสระและความเป็นกลาง ในการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง

  • ดังที่ทราบกันว่า…รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ได้บัญญัติให้มีการจัดตั้งศาลปกครองขึ้นเป็นเอกเทศจากศาลยุติธรรม เพื่อทำหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดีปกครองโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นคดีพิพาทที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือจากการใช้อำนาจทางปกครองของรัฐ หรือจากการที่รัฐละเลยล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด หรือข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองหรือกรณีอื่นใดที่กฎหมายกำหนดให้อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง อันเป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากคดีแพ่งทั่วไป ทั้งนี้เนื่องจากคดีแพ่งซึ่งเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างเอกชนกับเอกชน ศาลจะตัดสินคดีโดยพิจารณาระหว่างประโยชน์ของ 2 ฝ่าย คือ ประโยชน์ของโจทก์กับประโยชน์ของจำเลยที่เป็นเอกชนด้วยกันเอง แต่ในคดีปกครองซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเอกชน ศาลจะตัดสินโดยพิจารณาประโยชน์ 3 ฝ่าย ได้แก่ “ประโยชน์ส่วนรวม”ของสาธารณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่จะต้องรักษา กับ “ประโยชน์ส่วนตัว” ของเอกชนฝ่ายผู้ฟ้องคดี และ “ประโยชน์ส่วนตัว” ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อำนาจรัฐแทนประชาชนส่วนรวม ซึ่งหากพิจารณาจากภายนอกแล้วดูเหมือนว่าคู่กรณีในคดีปกครองจะมี 2 ฝ่ายเช่นเดียวกับในคดีแพ่ง แต่แท้จริงแล้วเป็นประโยชน์ 3 ฝ่าย เพราะเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่แทนรัฐนั้น อาจไม่รักษา “ผลประโยชน์ของรัฐ” เหมือนกับ “ผลประโยชน์ส่วนตัว”ของตัวเจ้าหน้าที่เอง ดังจะเห็นได้จากปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นต่างๆ ที่เกิดขึ้น อีกทั้งโดยธรรมชาติของการใช้อำนาจรัฐในการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของคนส่วนรวมนั้น ย่อมอาจไปกระทบหรือไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือปัจเจกชนจนเกิดเป็นข้อพิพาททางปกครองขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องมีศาลปกครองเพื่อทำหน้าที่ในการดูแลประโยชน์สาธารณะดังกล่าวควบคู่ไปกับการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย โดยใช้กระบวนวิธีพิจารณาคดีด้วย “ระบบไต่สวน”อันเป็นระบบที่ศาลหรือตุลาการเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ (active role) ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดี ทั้งในส่วนของข้อกฎหมาย การแสวงหาข้อเท็จจริง และการแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งจะไม่ถูกจำกัดอยู่แต่เฉพาะพยานหลักฐานเท่าที่คู่กรณียื่นเสนอต่อศาลเท่านั้น เพราะโดยสภาพของคดีปกครองคู่กรณีฝ่ายรัฐย่อมมีเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าฝ่ายเอกชนเนื่องจากเป็นผู้ครอบครองเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่สำคัญในคดี วิธีการพิจารณาคดีด้วยระบบไต่สวนซึ่งตุลาการมีอำนาจหน้าที่ในการที่จะเรียกพยานหลักฐานเพิ่มเติมเข้ามาในคดีได้เอง จึงเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของคู่กรณี และทำให้การพิจารณาคดีเกิดความเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมากที่สุด ในการพิจารณาคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาหรือตุลาการนั้น “หลักประกันความเป็นธรรม” ที่สำคัญที่สุดก็คือ “หลักความเป็นอิสระและหลักความเป็นกลาง” ดังที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้บัญญัติรับรองไว้ในมาตรา 197 วรรคสอง ซึ่งแท้จริงแล้ว.. […]